<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>บทความน่ารู้เรื่องเคเบิ้ลแกลน</title>
	<atom:link href="https://www.cablegland-center.com/category/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>Distributor Cable Gland Product</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Oct 2022 08:46:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2019/06/cropped-TPE1-jpec-32x32.jpg</url>
	<title>บทความน่ารู้เรื่องเคเบิ้ลแกลน</title>
	<link></link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ก่อนซื้อรางกระดูกงู ต้องดูถึงอะไรบ้าง ?</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/buy-chain/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 03 Oct 2022 06:25:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=2555</guid>

					<description><![CDATA[<p>รางกระดูกงูเป็นอุปกรณ์สำหรับในการติดตั้งกับเครื่องจักรชนิดหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่ใช้กับส่วนที่จำเป็นจะต้องมีการขยับไปขยับมา ซึ่งตัวรางนี้จะมีไว้สำหรับร้อยสายไฟเข้าไปภายในตัวราง เพื่อป้องกันสายไฟไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น เช่น สายไฟพันกันหรือไปเกี่ยวกับอุปกรณ์ในเครื่องจักรชิ้นอื่น หรือสายไฟหลุดจากตำแหน่งที่ติดตั้ง วิธีการเลือกซื้อรางกระดูกงู รางกระดูกงูในปัจจุบันมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งวัสดุหลักๆ จะเป็นชนิดแบบพลาสติกและแบบโลหะ ที่จะมีคุณสมบัติการทำงานที่แตกต่างกันออกไป แต่ก่อนที่เราจะเลือกซื้อกระดูกงู มาดูถึงสิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกซื้อได้จากบทความนี้ได้เลยครับ รางกระดูกงูคืออะไร ? รางกระดูกงู (Cable Drag Chain) เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับโซ่ประกอบไปด้วยข้อๆ ที่สามารถดัดโค้งงอได้ โดยมักจะถูกนำไปติดตั้งกับเครื่องจักรต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวในการทำงาน โดยตัวรางสามารถเปิดออกและประกอบเข้าไปใหม่ได้จึงสามารถร้อยสายไฟเข้าไปได้อย่างง่ายดาย สำหรับหน้าที่ของรางกระดูกงูคือ เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ใช้ในการจัดเก็บสายไฟ สายเคเบิ้ล หรือสายอื่นๆ เข้าไปภายในตัวรางที่ทำการติดตั้งกับเครื่องจักร ทำให้เครื่องจักร สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของเครื่องจักร เนื่องจากสายไฟหลุดจากการติดตั้ง พันกัน หรือไปพันกับอุปกรณ์อื่นๆ ของเครื่องจักรที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุและความเสียหาย 1. ขนาดของสายไฟ สายไฟเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ก่อนที่จะทำการเลือกซื้อรางกระดูกงู เพราะสายไฟจะต้องทำการร้อยเข้าไปภายในตัวราง ซึ่งจะต้องรู้ถึงขนาดของสายไฟ จำนวนของสายไฟ ความโค้งที่ทางสายไฟนั้นรองรับ 2. ขนาดของพื้นที่ติดตั้ง พื้นที่ติดตั้งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าหากพื้นที่มีจำกัดการเลือกขนาดของรางกระดูกงูก็จำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเลือกรางที่ใหญ่เกินไปก็ไม่สามารถติดตั้งในพื้นที่นั้นๆ ได้ หรือถ้าเล็กเกินไปก็อาจจะไม่สามารถร้อยสายไฟเข้าไปได้อย่างเพียงพอ 3. วัสดุของรางกระดูกงู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/buy-chain/">ก่อนซื้อรางกระดูกงู ต้องดูถึงอะไรบ้าง ?</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-full"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/รางกระดูกงู-L.jpg" alt="ก่อนซื้อรางกระดูกงู ต้องดูอะไร" class="wp-image-2570" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/รางกระดูกงู-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/รางกระดูกงู-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/รางกระดูกงู-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/รางกระดูกงู-L-768x403.jpg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p><a href="https://tpetrading.com/cable-drag-chain/">รางกระดูกงู</a>เป็นอุปกรณ์สำหรับในการติดตั้งกับเครื่องจักรชนิดหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่ใช้กับส่วนที่จำเป็นจะต้องมีการขยับไปขยับมา ซึ่งตัวรางนี้จะมีไว้สำหรับร้อยสายไฟเข้าไปภายในตัวราง เพื่อป้องกันสายไฟไม่ให้เกิดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น เช่น สายไฟพันกันหรือไปเกี่ยวกับอุปกรณ์ในเครื่องจักรชิ้นอื่น หรือสายไฟหลุดจากตำแหน่งที่ติดตั้ง</p>



<h1 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">วิธีการเลือกซื้อรางกระดูกงู</h1>



<p>รางกระดูกงูในปัจจุบันมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งวัสดุหลักๆ จะเป็นชนิดแบบพลาสติกและแบบโลหะ ที่จะมีคุณสมบัติการทำงานที่แตกต่างกันออกไป แต่ก่อนที่เราจะเลือกซื้อกระดูกงู มาดูถึงสิ่งที่ต้องดูก่อนเลือกซื้อได้จากบทความนี้ได้เลยครับ</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">รางกระดูกงูคืออะไร ?</h2>



<p>รางกระดูกงู (Cable Drag Chain) เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายกับโซ่ประกอบไปด้วยข้อๆ ที่สามารถดัดโค้งงอได้ โดยมักจะถูกนำไปติดตั้งกับเครื่องจักรต่างๆ ที่จำเป็นต้องมีการเคลื่อนไหวในการทำงาน โดยตัวรางสามารถเปิดออกและประกอบเข้าไปใหม่ได้จึงสามารถร้อยสายไฟเข้าไปได้อย่างง่ายดาย </p>



<p>สำหรับหน้าที่ของรางกระดูกงูคือ เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้ใช้ในการจัดเก็บสายไฟ สายเคเบิ้ล หรือสายอื่นๆ  เข้าไปภายในตัวรางที่ทำการติดตั้งกับเครื่องจักร ทำให้เครื่องจักร สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น ลดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของเครื่องจักร เนื่องจากสายไฟหลุดจากการติดตั้ง พันกัน หรือไปพันกับอุปกรณ์อื่นๆ ของเครื่องจักรที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุและความเสียหาย</p>



<p></p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">1. ขนาดของสายไฟ</h2>



<p>สายไฟเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ก่อนที่จะทำการเลือกซื้อรางกระดูกงู เพราะสายไฟจะต้องทำการร้อยเข้าไปภายในตัวราง ซึ่งจะต้องรู้ถึงขนาดของสายไฟ จำนวนของสายไฟ ความโค้งที่ทางสายไฟนั้นรองรับ</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">2. ขนาดของพื้นที่ติดตั้ง</h2>



<p>พื้นที่ติดตั้งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าหากพื้นที่มีจำกัดการเลือกขนาดของรางกระดูกงูก็จำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะถ้าเลือกรางที่ใหญ่เกินไปก็ไม่สามารถติดตั้งในพื้นที่นั้นๆ ได้ หรือถ้าเล็กเกินไปก็อาจจะไม่สามารถร้อยสายไฟเข้าไปได้อย่างเพียงพอ</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">3. วัสดุของรางกระดูกงู</h2>



<p>ปัจจุบัน วัสดุที่ใช้ในการผลิตของรางกระดูกงูมีอยู่หลากหลาย ทั้งในแบบพลาสติก และแบบโลหะ เช่น เหล็ก หรือ&nbsp;<a href="https://tpetrading.com/rustless-steel/">สแตนเลส</a>&nbsp;ซึ่งการที่จะเลือกใช้ก็จะต้องเลือกตามการใช้งาน เพราะแต่ละวัสดุก็จะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้ง น้ำหนัก ความทนทาน การทนต่อการกัดกร่อน รวมถึงราคาอีกด้วย</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">4.ขนาดของรางกระดูกงู</h2>



<p>หลังจากที่ได้ทราบรายละเอียดตั้งแต่ ข้อ 1 – 3 แล้ว ซึ่งทั้ง 3 ข้อจะมีความสัมพันธ์กับขนาดของรางกระดูกงู โดยการค่าจากรายละเอียดสินค้าจะมีค่าที่สำคัญๆ ดังต่อไปนี้</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="251" height="233" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/สูงรวม.png" alt="ค่าสูงรวม (H)" class="wp-image-2558"/></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ค่าสูงรวม (H)</h3>



<p>ค่าสูงรวม หรือ H เป็นค่าที่วัดความสูงทั้งหมดของตัวรางกระดูกงู โดยวัดจากบริเวณล่างสุดของตัวรางจนถึงขอบบนสุดของตัวราง</p>



<p>โดยค่านี้จะมีผลโดยตรงกับพื้นที่ในการติดตั้ง และควรเผื่อพื้นที่เพิ่มจากค่าความสูงรวมอีกด้วย</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="251" height="233" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/สูงนอก.png" alt="ค่าความสูงนอก (Outer Height)" class="wp-image-2559"/></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ค่าความสูงนอก (Outer Height)</h3>



<p>ค่าความสูงนอก (Outer Height) เป็นการวัดค่าจากความสูงของตัวรางกระดูกงูบริเวณนอกตัวราง</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns are-vertically-aligned-center is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="251" height="233" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/สูงใน.png" alt="ค่าความสูงใน (Inner Height)" class="wp-image-2560"/></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ค่าความสูงใน (Inner Height)</h3>



<p>ค่าความสูงใน (Inner Height) เป็นการวัดค่าจากความสูงของตัวรางกระดูกงูบริเวณภายในตัวราง โดยค่านี้จะส่งผลต่อขนาดของสายไฟที่จะสามารถร้อยลงไปได้</p>



<p>แต่การร้อยสายไฟเข้าไปไม่ควรใส่จนเต็มของขนาดราง จำเป็นจะต้องเหลือพื้นที่ความสูงประมาณ 2 – 3 มม.ไว้ด้วย เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="251" height="233" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/กว้างนอก.png" alt="ค่าความกว้างภายนอก (Outer Width)" class="wp-image-2561"/></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ค่าความกว้างภายนอก (Outer Width)</h3>



<p>ค่าความกว้างภายนอก (Outer Width)ค่าความกว้างภายนอก (Outer Width) เป็นค่าที่วัดจากความกว้างบริเวณภายนอกตัวราง มีผลต่อพื้นที่ในการติดตั้ง</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="251" height="233" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/กว้างใน.png" alt="ค่าความกว้างภายใน (Inner Width)" class="wp-image-2562"/></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ค่าความกว้างภายใน (Inner Width)</h3>



<p>ค่าความกว้างภายใน (Inner Width) เป็นค่าที่วัดจากความกว้างบริเวณภายในตัวราง มีผลต่อต่อขนาดของสายไฟที่จะสามารถร้อยลง</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="400" height="300" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/Radius-1.jpg" alt="รัศมีความโค้ง (Radius)" class="wp-image-2563" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/Radius-1.jpg 400w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/Radius-1-300x225.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">รัศมีความโค้ง (Radius)</h3>



<p>ค่ารัศมีความโค้ง (Radius) เป็นค่าที่พูดถึงรัศมีความโค้งของตัวราง ซึ่งมีผลต่อการเลือกสายไฟ และควรเลือกรางที่มีรัศมีความโค้งให้มากกว่าความโค้งของสายสัญญาณ เพื่อโอกาสที่สายไฟจะเสียหาย</p>
</div>
</div>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">5.การติดตั้งสายสัญญาณ</h2>



<p>การติดตั้งสายไฟหรือสายสัญญาณก็มีความสำคัญ เพราะจะส่งผลทั้งต่อตัวราง และสายไฟ จะต้องดูถึงรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ด้วย</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="400" height="300" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/ระยะห่าง-1.jpg" alt="ระยะห่างของสายสัญญาณ" class="wp-image-2564" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/ระยะห่าง-1.jpg 400w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/ระยะห่าง-1-300x225.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ระยะห่างของสายสัญญาณ</h3>



<p>การใช้งานจริง การร้อยสายไฟเข้าไปภายในตัวราง จะไม่ได้ร้อยเข้าไปเพียงเส้นเดียว ซึ่งความปลอดภัยในการใช้งาน ควรจะมีระยะห่างของสายไฟแต่ละเส้นด้วย</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="400" height="300" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/ทับ-1.jpg" alt="ไม่ควรติดตั้งสายไฟซ้อนกัน" class="wp-image-2565" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/ทับ-1.jpg 400w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/ทับ-1-300x225.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ไม่ควรติดตั้งสายไฟซ้อนกัน</h3>



<p>การติดตั้งสายไฟที่ทับซ้อนกัน ส่งผลให้ในระหว่างทำงาน ตัวสายไฟจะเกิดการเสียดสี ทำให้เกิดความร้อนขึ้นได้ และทำให้สายไฟมีอายุการใช้งานที่สั้นลง</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="400" height="300" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/สมดุล-1.jpg" alt="ติดตั้งและกระจายน้ำหนักให้ดี" class="wp-image-2566" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/สมดุล-1.jpg 400w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2022/10/สมดุล-1-300x225.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<h3 class="wp-block-heading">ติดตั้งและกระจายน้ำหนักให้ดี</h3>



<p>การที่เราติดตั้งและวางสายไฟควรจะกระจายน้ำหนักให้มีความสมดุล ไม่ให้เทน้ำหนักไปยังทางฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลต</p>
</div>
</div>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/buy-chain/">ก่อนซื้อรางกระดูกงู ต้องดูถึงอะไรบ้าง ?</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จักกับ วัตต์ (Watt) ค่าหนึ่งที่สำคัญในระบบไฟฟ้า</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/watt/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 20 Oct 2021 09:19:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=2313</guid>

					<description><![CDATA[<p>การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดจำเป็นต้องใช้งานพลังงานไฟฟ้า ซึ่งตัวพลังงานไฟฟ้าก็จะมีค่าและสัญลักษณ์มากมาย เช่น กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และสำหรับในบทความนี้จะกล่าวถึง วัตต์ (Watt) วัตต์ (Watt) คืออะไร ? วัตต์ (Watt) เป็นอีกหน่วยหนึ่งของระบบไฟฟ้า เป็นค่าที่แสดงถึงหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ หรือแสดงถึงปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้า ในเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดไหนใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะก็สามารถดูจากค่า Watt ที่ได้ระบุไว้ที่อุปกรณ์ โดยสัญลักษณ์ของค่า วัตต์ (Watt) จะถูกใช้แทนด้วยตัวอักษร W เช่น เตาไฟฟ้า ใช้พลังงาน 2000W หมายถึง เตาไฟฟ้าชนิดนี้มีการใช้พลังงานไฟฟ้า 2000W ต่อ ชั่วโมง ตารางค่าวัตต์ ชื่อ สัญลักษณ์ ค่า Yoctowatt yW 10-24 Zeptowatt zW 10-21 Attowatt aW 10-18 Femtowatt fW 10-15 Picowatt pW [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/watt/">รู้จักกับ วัตต์ (Watt) ค่าหนึ่งที่สำคัญในระบบไฟฟ้า</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/watt-L.jpg" alt="รู้จักกับ วัตต์ (Watt) ค่าหนึ่งที่สำคัญในระบบไฟฟ้า" class="wp-image-2327" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/watt-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/watt-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/watt-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/watt-L-768x403.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p>การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดจำเป็นต้องใช้งานพลังงานไฟฟ้า ซึ่งตัวพลังงานไฟฟ้าก็จะมีค่าและสัญลักษณ์มากมาย เช่น กระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า และสำหรับในบทความนี้จะกล่าวถึง วัตต์ (Watt) </p>



<h1 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading"><strong>วัตต์ (Watt) คืออะไร ?</strong></h1>



<p>วัตต์ (Watt) เป็นอีกหน่วยหนึ่งของระบบไฟฟ้า เป็นค่าที่แสดงถึงหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ หรือแสดงถึงปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ใช้งานของเครื่องใช้ไฟฟ้า ในเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดไหนใช้พลังงานไฟฟ้าเยอะก็สามารถดูจากค่า Watt ที่ได้ระบุไว้ที่อุปกรณ์ โดยสัญลักษณ์ของค่า วัตต์ (Watt) จะถูกใช้แทนด้วยตัวอักษร W เช่น เตาไฟฟ้า ใช้พลังงาน 2000W หมายถึง เตาไฟฟ้าชนิดนี้มีการใช้พลังงานไฟฟ้า 2000W ต่อ ชั่วโมง</p>



<h2 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading"><strong>ตารางค่าวัตต์</strong></h2>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<center>
<table class="tpall" cellspacing="0">
<tbody>
<tr class="tphead">
<td class="tpw">ชื่อ</td>
<td>สัญลักษณ์</td>
<td>ค่า</td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Yoctowatt</td>
<td>yW</td>
<td>10<sup>-24</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Zeptowatt</td>
<td>zW</td>
<td>10<sup>-21</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Attowatt</td>
<td>aW</td>
<td>10<sup>-18</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Femtowatt</td>
<td>fW</td>
<td>10<sup>-15</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Picowatt</td>
<td>pW</td>
<td>10<sup>-12</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Nanowatt</td>
<td>nW</td>
<td>10<sup>-9</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Microwatt</td>
<td><b>µ</b>W</td>
<td>10<sup>-6</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Milliwatt</td>
<td>mW</td>
<td>10<sup>-3</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Centiwatt</td>
<td>cW</td>
<td>10<sup>-2</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Deciwatt</td>
<td>dW</td>
<td>10<sup>-1</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Decawatt</td>
<td>daW</td>
<td>10<sup>1</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Hectowatt</td>
<td>hW</td>
<td>10<sup>2</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Kilowatt</td>
<td>kW</td>
<td>10<sup>3</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Megawatt</td>
<td>MW</td>
<td>10<sup>6</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Gigawatt</td>
<td>GW</td>
<td>10<sup>9</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Terawatt</td>
<td>TW</td>
<td>10<sup>12</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Gigawatt</td>
<td>GW</td>
<td>10<sup>9</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Terawatt</td>
<td>TW</td>
<td>10<sup>12</sup></td>
</tr>
<tr class="tp1">
<td>Gigawatt</td>
<td>GW</td>
<td>10<sup>9</sup></td>
</tr>
<tr class="tp2">
<td>Terawatt</td>
<td>TW</td>
<td>10<sup>12</sup></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</center>
</div>
</div>



<h2 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading"><strong>วัตต์กับสายไฟ</strong></h2>



<p>สำหรับการเลือกใช้ขนาดของสายไฟ จะขึ้นอยุ่กับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้งานด้วย ถ้าหากในจุดที่ทำงานมีปริมาณไฟฟ้าที่มีปริมาณมาก (มี Watt ที่สูง) ควรจะเลือกสายไฟที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ ที่จะสามารถรองรับปริมาณพลังงานไฟฟ้านั้นได้ เพราะถ้าเลือกใช้สายไฟที่เล็กและไม่สามารถรองรับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้งานได้อย่างเพียงพอ จะทำให้สายไฟเกิดความร้อน ฉนวนไฟฟ้าถูกทำลาย และอาจจะติดไฟ และทำให้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงขึ้นอีกด้วย ซึ่งสายไฟในแต่ละขนาดก็จะมีปริมาณพลังงานที่สามารถรับได้แตกต่างกันออกไป จึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสม</p>



<p class="has-text-align-center has-black-color has-text-color" style="font-size:30px"><strong>สินค้าแนะนำ</strong></p>



<div class="wp-block-columns yellowbg is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column blackbg is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<figure class="wp-block-image size-full"><a href="https://www.cablegland-center.com/nickel-brass-cable-gland/"><img loading="lazy" decoding="async" width="400" height="400" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/nickle-brass-cable-gland.png" alt="เคเบิ้ลแกลน ทองเหลืองชุบนิกเกิล (Nickle Brass Cable Gland)" class="wp-image-1960" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/nickle-brass-cable-gland.png 400w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/nickle-brass-cable-gland-300x300.png 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/nickle-brass-cable-gland-150x150.png 150w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/nickle-brass-cable-gland-100x100.png 100w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a></figure>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<p class="has-text-align-center has-white-color has-text-color" style="font-size:25px"><strong>เคเบิ้ลแกลน ทองเหลืองชุบนิกเกิล</strong></p>



<p class="has-text-align-center has-white-color has-text-color">เคเบิ้ลแกลน ทองเหลืองชุบนิกเกิล (Nickel Brass Cable Gland) เป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่ใช้ในการติดตั้งระบบไฟฟ้า ซึ่งสินค้าของเรามีขนาดรองรับในทุกขนาดของสายไฟ มีสินค้าพร้อมส่ง ราคาประหยัด</p>
</div>
</div>



<div style="text-align:center" class="wp-block-genesis-blocks-gb-button gb-block-button"><a href="https://www.cablegland-center.com/nickel-brass-cable-gland/" class="gb-button gb-button-shape-rounded gb-button-size-large" style="color:#ffffff;background-color:#cf2e2e">ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  ></a></div>
</div>
</div>



<p></p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/watt/">รู้จักกับ วัตต์ (Watt) ค่าหนึ่งที่สำคัญในระบบไฟฟ้า</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พื้นที่อันตราย (Hazardous Area) คืออะไร ?</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/hazardous-area/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Oct 2021 07:58:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=2292</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่อันตราย (Hazardous Area) คืออะไร ? พื้นที่อันตราย หรือ Hazardous Area เป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อแยกประเภทของพื้นที่ในการทำงานของอุตสาหกรรม โดยที่จะกล่าวถึงการแบ่งแยกพื้นที่ในการทำงานและปริมาณสารเคมี ก๊าซ หรือฝุ่นละอองภายในพื้นที่ในการทำงาน สาเหตุที่จำเป้นจะต้องจัดแยกพื้นที่อันตราย เพราะในอดีตได้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงขึ้นอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันภายในพื้นที่เหล่านี้จำเป็นจะต้องออกแบบมาแบบพิเศษ และผ่านการทดลองอย่างดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความปลอดภัย และไม่ทำให้เกิดประกายไฟ หรือมีอุณหภูมิที่สูงจนเกินไป ตัวอย่างเช่น สวิทช์ไฟที่ปกติทั่วไปที่ใช้งานภายในบ้าน เมื่อเราทำการเปิดสวิทช์ก็จะทำให้มีโอกาสที่จะเกิดประกายไฟขึ้นเล็กน้อย ถ้าเป็นพื้นที่ทั่วไป หรือในบริเวณบ้านพักอาศัยทั่วไป ก็อาจจะไม่มีอันตราย แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมที่มีปริมาณก๊าซ หรือวัตถุไวไฟที่อาจจะเกิดอันตรายได้ การเลือกใช้อุปกรณ์เหล่านี้จึงจำเป็นจะต้องเลือกเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยในระหว่างการทำงาน สำหรับการจำแนกพื้นที่อันตรายมีอยู่ 2 วิธี นั่นคือ ประเภทของพื้นที่อันตราย 1. การจำแนกพื้นที่อันตราย ตามมาตรฐานของ NEC มาตรฐาน NEC เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงการออกแบบ การติดตั้งระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในการติดตั้ง ดังนี้ 1.1. บริเวณอันตรายประเภทที่ 1&#160;– เป็นบริเวณที่สามารถพบก๊าซหรือไอระเหยที่เกิดจากสารไวไฟ ผสมอยู่ในอากาศภายในพื้นที่ ที่จะก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นได้ 1.2. บริเวณอันตรายประเภทที่ 2&#160;– เป็นบริเวณที่สามารถพบฝุ่นผง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/hazardous-area/">พื้นที่อันตราย (Hazardous Area) คืออะไร ?</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/Hazard-L.jpg" alt="พื้นที่อันตราย (Hazardous Area) คืออะไร ?" class="wp-image-2308" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/Hazard-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/Hazard-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/Hazard-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/10/Hazard-L-768x403.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h1 class="has-text-color wp-block-heading" style="color:#3e694b"><strong>พื้นที่อันตราย (Hazardous Area) คืออะไร ?</strong></h1>



<p><strong>พื้นที่อันตราย หรือ Hazardous Area</strong> เป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อแยกประเภทของพื้นที่ในการทำงานของอุตสาหกรรม โดยที่จะกล่าวถึงการแบ่งแยกพื้นที่ในการทำงานและปริมาณสารเคมี ก๊าซ หรือฝุ่นละอองภายในพื้นที่ในการทำงาน</p>



<p>สาเหตุที่จำเป้นจะต้องจัดแยกพื้นที่อันตราย เพราะในอดีตได้เกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงขึ้นอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันภายในพื้นที่เหล่านี้จำเป็นจะต้องออกแบบมาแบบพิเศษ และผ่านการทดลองอย่างดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีความปลอดภัย และไม่ทำให้เกิดประกายไฟ หรือมีอุณหภูมิที่สูงจนเกินไป</p>



<p>ตัวอย่างเช่น สวิทช์ไฟที่ปกติทั่วไปที่ใช้งานภายในบ้าน เมื่อเราทำการเปิดสวิทช์ก็จะทำให้มีโอกาสที่จะเกิดประกายไฟขึ้นเล็กน้อย ถ้าเป็นพื้นที่ทั่วไป หรือในบริเวณบ้านพักอาศัยทั่วไป ก็อาจจะไม่มีอันตราย แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมที่มีปริมาณก๊าซ หรือวัตถุไวไฟที่อาจจะเกิดอันตรายได้ การเลือกใช้อุปกรณ์เหล่านี้จึงจำเป็นจะต้องเลือกเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัยในระหว่างการทำงาน</p>



<p>สำหรับการจำแนกพื้นที่อันตรายมีอยู่ 2 วิธี นั่นคือ</p>



<h2 class="has-text-color wp-block-heading" style="color:#3e694b"><strong>ประเภทของพื้นที่อันตราย</strong></h2>



<h3 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">1. การจำแนกพื้นที่อันตราย ตามมาตรฐานของ NEC</h3>



<p>มาตรฐาน NEC เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงการออกแบบ การติดตั้งระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในการติดตั้ง ดังนี้</p>



<p><strong class="fred">1.1. บริเวณอันตรายประเภทที่ 1</strong>&nbsp;– เป็นบริเวณที่สามารถพบก๊าซหรือไอระเหยที่เกิดจากสารไวไฟ ผสมอยู่ในอากาศภายในพื้นที่ ที่จะก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นได้</p>



<p><strong class="fred">1.2. บริเวณอันตรายประเภทที่ 2</strong>&nbsp;– เป็นบริเวณที่สามารถพบฝุ่นผง ที่สามารถติดไฟ หรือเผาไหม้ได้ ซึ่งจะต้องมีปริมาณที่มากเพียงพอที่จะก่อให้เกิดการจุดระเบิด</p>



<p><strong class="fred">1.3. บริเวณอันตรายประเภทที่ 3</strong> &#8211; เป็นบริเวณที่สามารถพบเส้นใยต่าง ๆ ที่สามารถติดไฟ หรือเผาไหม้ได้ ซึ่งจะต้องมีปริมาณที่มากเพียงพอที่จะก่อให้เกิดการจุดระเบิด</p>



<h3 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading"><strong>2. การจำแนกพื้นที่อันตราย ตามมาตรฐานของ IEC</strong></h3>



<p>IEC (The international Electrotechnical Commission) เป็มาตรฐานที่ครอบคลุมถึง สารไวไฟประเภทก๊าซ ไอระเหย หรือฝุ่น (Gases, Vapors and Mists) แต่ไม่รวมฝุ่นไวไฟ (Combustible or Electrotechnical Conductive Dusts) ซึ่งจะแบ่งออกได้ดังนี้</p>



<h3 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">2.1 <strong>ประเภท ก๊าซ และสารระเหย (G)</strong></h3>



<p><strong class="fred">2.1.1. พื้นที่ปลอดภัย</strong> &#8211; คือพื้นที่ทั่วไป หรือภายในบ้านเรือน เป็นพื้นที่มีมีความเสี่ยงจากการระเบิดและไฟไหม้ต่ำ (แต่มจะมีโอกาสที่ไฟไหม้สูงกว่า) แต่ถ้าเป็นในโรงงานอุตสาหกรรมจะพูดถึงพื้นที่ที่มีความปลอดภัย และมีความเข้มข้นของสารไวไฟระเหยต่ำกว่า 25% ของความสามารถต่ำสุดที่ก่อให้เกิดการติดไฟ (Flammability Limit) หรือต่ำกว่าจุดที่จะติดระเบิดได้</p>



<p><strong class="fred">2.1.2. พื้นที่โซน 2 (Zone 2 Area)</strong> &#8211; เป็นพื้นที่มีมีความอันตรายมากกว่าพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งในบริเวณนนี้จะมีก๊าซ ไอ หมอก หรือของเหลวไวไฟ จะมีได้ในระดับที่ต่ำกว่าสภาวะผิดปกติ โดยจะวัดจาก เกิดวัตถุไวไฟได้ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อปี หรือ 0 &#8211; 0.1% ของเวลา และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีระบบป้องกันการระเบิดควรจะมีการนำมาใช้ภายในบริเวณนี้</p>



<p><strong class="fred">2.1.3. พื้นที่โซน 1 (Zone 1 Area)</strong> &#8211; เป็นพื้นที่ที่พิเศษ และการเลือกอุปกรณ์มาใช้ในพื้นที่จะต้องได้รับการจำแนก ซึ่งภายในพื้นที่แห่งนี้จะต้องมีสารอันตราย ก๊าซ ไอ หมอก หรือวัตถุไวไฟ ปรากฎขึ้นอยู่ในระหว่าง 10 &#8211; 1,000 ชั่วโมงต่อปี หรือ 0.1 &#8211; 10% ของเวลา </p>



<p><strong class="fred">2.1.4. พื้นที่โซน 0 (Zone 3 Area)</strong> &#8211; เป็นพื้นที่ที่มีความอันตรายสูงสุด ที่จะมีสารไวไฟปรากฎอยู่ตลอดเวลา หรือ 1,000 ชั่วโมงต่อปี หรือมากกว่า 10% ของเวลา แต่โดยทั่วไปแล้วพื้นที่โซน 0 จะอยู่ในระบบปิด</p>



<h3 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading"><strong>2.2 ประเภท ฝุ่น (D)</strong></h3>



<p>ฝุ่นที่อยู่ในพื้นที่ก็มีโอกาสที่จะเกิดการระเบิดขึ้นช่วยเช่นกัน ซึ่งขอบเขตของพื้นที่อันตรายจะแบ่งได้ดังนี้</p>



<p><strong class="fred">2.2.1. โซน 20</strong> &#8211; เป็นสถานที่ที่มีสภาวะอากาศที่มีฝุ่นที่มีความสามารถที่จะก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นได้อย่างหนาทึบหรือมีกลุ่มเมฆปรากฎอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นเวลานานๆ หรือมีความถี่</p>



<p><strong class="fred">2.2.2. โซน 21 </strong>&#8211; เป็นสถานที่ที่มีสถาวะอากาศที่มีฝุ่นที่มีความสามารถที่จะก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นได้อย่างหนาทึบหรือมีกลุ่มเมฆ และปรากฎในสภาวะการทำงานปกติเป็นครั้งคราว</p>



<p><strong class="fred">2.2.3. โซน 22</strong> &#8211;  เป็นสถานที่ที่มีสถาวะอากาศที่มีฝุ่นที่มีความสามารถที่จะก่อให้เกิดการระเบิดขึ้นได้อย่างหนาทึบหรือมีกลุ่มเมฆ แต่จะไม่ปรากฎได้บ่อยๆ ในสภาวะการทำงานปกติ และถ้าจะเกิดขึ้นจะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น</p>



<p>ที่มา : <br><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%9F%E0%B8%9F%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://th.wikipedia.org</a><br><a href="https://www.richestsupply.com/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%97%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://www.richestsupply.com</a></p>



<p class="has-text-align-center" style="font-size:30px">สินค้าของเรา</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column has-background is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow" style="background-color:#3e694b">
<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-full"><a href="https://www.cablegland-center.com/explosion-proof-cable-gland/" target="_blank" rel="noopener"><img loading="lazy" decoding="async" width="400" height="400" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/explosive-proof-cable-gland.png" alt="เคเบิ้ลแกลนกันระเบิด (Explosive Proof Cable Gland)" class="wp-image-1962" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/explosive-proof-cable-gland.png 400w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/explosive-proof-cable-gland-300x300.png 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/explosive-proof-cable-gland-150x150.png 150w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/09/explosive-proof-cable-gland-100x100.png 100w" sizes="auto, (max-width: 400px) 100vw, 400px" /></a></figure></div>
</div>



<div class="wp-block-column is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<p class="has-white-color has-text-color" style="font-size:25px"><strong>เคเบิ้ลแกลนกันระเบิด (Explosion Proof Cable Gland) </strong></p>



<p class="has-white-color has-text-color">เป็นอีกอุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งในระบบไฟฟ้า ใช้สำหรับจับยึดสายไฟให้อยู่ติดกับอุปกรณ์ที่ทำการติดตั้ง พร้อมความสามารถในการป้องกันระเบิด ใ้ช้งานได้ดีในพื้นที่เสี่ยง</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-buttons is-content-justification-center is-layout-flex wp-block-buttons-is-layout-flex">
<div class="wp-block-button"><a class="wp-block-button__link no-border-radius" href="https://www.cablegland-center.com/explosion-proof-cable-gland/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"> อ่านต่อเรื่อง เคเบิ้ลแกลนกันระเบิด </a></div>
</div>



<p></p>
</div>
</div>



<p> </p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/hazardous-area/">พื้นที่อันตราย (Hazardous Area) คืออะไร ?</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จักกับ เกลียว (Thread)</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/thread/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jun 2021 08:07:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=1627</guid>

					<description><![CDATA[<p>การจับยึดอุปกรณ์สองชิ้นเข้าด้วยกัน มีอยู่ในหลากหลายวิธี ทั้งในแบบการยึดแบบถาวร และการยึดแบบชั่วคราว โดยการจับยึดแบบถาวร จะมีวิธีเช่น การเชื่อม ยึดด้วยกาว แต่ในวันนี้เราจะพูดถึงการจับยึดแบบชั่วคราววิธีหนึ่ง นั่นคือ การใช้เกลียวนั่นเอง เกลียว (Thread) คืออะไร ? เกลียว (Thread) หมายถึงสันหรือร่องที่ได้เกิดขึ้นบนผิวเนื้องาน โดยจะมีลักษณะเป็นร่องวนไปรอบๆ เนื้องาน ได้ทั้งหมุนวานไปทางซ้ายและทางขวา และมีระยะที่สม่ำเสมอ ซึ่งเกลียวตัวนี้จะมีไว้เพื่อให้ วัสดุ 2 ชิ้น สามารถหมุนและยึดติดกันได้แน่น และเกลียวเองก็ยังมีจุดเด่นด้วย คือ วัสดุที่ได้ทำการยึดกัน ก็ยังสามารถหมุนออกจากกันได้โดยง่ายโดยที่ตัวเนื้องานไม่เสียหาย ลักษณะของเกลียว เกลียวนอก (External Thread) &#8211; เป็นเกลียวที่อยู่ด้านนอกของตัวอุปกรณ์ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า เกลียวตัวผู้ เกลียวใน (Internal Thread) &#8211; เป็นเกลียวที่อยู่ด้านในของตัวอุปกรณ์ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า เกลียวตัวเมีย เกลียวขวา (Right Hand Thread) &#8211; เป็นเกลียวที่มีทิศทางการหมุนไปตามเข็มนาฬิกา ทิศทางนี้สามารถพบเห็นได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน เกลียวซ้าย (Left [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/thread/">รู้จักกับ เกลียว (Thread)</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<style>.buttonizer {display:none !important;}</style>



<figure class="wp-block-image size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/L-1-1024x538.jpg" alt="เกลียว คืออะไร ?" class="wp-image-1657" width="1024" height="538" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/L-1-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/L-1-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/L-1-768x403.jpg 768w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/L-1-600x315.jpg 600w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/L-1.jpg 1200w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p></p>



<p>การจับยึดอุปกรณ์สองชิ้นเข้าด้วยกัน มีอยู่ในหลากหลายวิธี ทั้งในแบบการยึดแบบถาวร และการยึดแบบชั่วคราว โดยการจับยึดแบบถาวร จะมีวิธีเช่น การเชื่อม ยึดด้วยกาว แต่ในวันนี้เราจะพูดถึงการจับยึดแบบชั่วคราววิธีหนึ่ง นั่นคือ <strong>การใช้เกลียวนั่นเอง</strong></p>



<h1 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">เกลียว (Thread) คืออะไร ?</h1>



<p><strong>เกลียว (Thread)</strong> หมายถึงสันหรือร่องที่ได้เกิดขึ้นบนผิวเนื้องาน โดยจะมีลักษณะเป็นร่องวนไปรอบๆ เนื้องาน ได้ทั้งหมุนวานไปทางซ้ายและทางขวา และมีระยะที่สม่ำเสมอ ซึ่งเกลียวตัวนี้จะมีไว้เพื่อให้ วัสดุ 2 ชิ้น สามารถหมุนและยึดติดกันได้แน่น และเกลียวเองก็ยังมีจุดเด่นด้วย คือ วัสดุที่ได้ทำการยึดกัน ก็ยังสามารถหมุนออกจากกันได้โดยง่ายโดยที่ตัวเนื้องานไม่เสียหาย</p>



<h2 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">ลักษณะของเกลียว</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="658" height="340" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/thread-1.jpg" alt="" class="wp-image-1661" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/thread-1.jpg 658w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/thread-1-300x155.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/thread-1-600x310.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 658px) 100vw, 658px" /></figure></div>



<p></p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>เกลียวนอก (External Thread)</strong> &#8211; เป็นเกลียวที่อยู่ด้านนอกของตัวอุปกรณ์ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า เกลียวตัวผู้</li><li><strong>เกลียวใน (Internal Thread) </strong>&#8211; เป็นเกลียวที่อยู่ด้านในของตัวอุปกรณ์ หรือจะเรียกอีกอย่างว่า เกลียวตัวเมีย</li><li><strong>เกลียวขวา (Right Hand Thread)</strong> &#8211; เป็นเกลียวที่มีทิศทางการหมุนไปตามเข็มนาฬิกา ทิศทางนี้สามารถพบเห็นได้บ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน</li><li><strong>เกลียวซ้าย (Left Hand Thread) </strong>&#8211; เป็นเกลียวที่มีทิศทางการหมุนทวนเข็มนาฬิกา อาจจะพบเห็นไม่ได้บ่อยนัก</li></ul>



<p>ซึ่งการใช้งานเพื่อที่จะทำให้ยึดอุปกรณ์เข้าด้วยกันได้ จะต้องใช้ อุปกรณ์ที่มีเกลียวนอกหมุนติดเข้าไปในอุปกรณ์ที่มีเกลียวใน และมีทิศทางของเกลียวไปในทางเดียวกัน</p>



<h2 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">ค่าต่างๆ ของเกลียว</h2>



<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="600" height="477" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/tread-description.jpg" alt="" class="wp-image-1650" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/tread-description.jpg 600w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/tread-description-300x239.jpg 300w" sizes="auto, (max-width: 600px) 100vw, 600px" /></figure></div>



<p></p>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>ยอดเกลียว (Crest)</strong> &#8211; คือส่วนที่เป็นขอบที่สูงสุดของตัวเกลียว</li><li><strong>ฐานเกลียว (Root)</strong> &#8211; คือส่วนที่เป็นจุดที่ต่ำที่สุดของเกลียว</li><li><strong>มุมของเกลียว (Thread Angle)</strong> &#8211; เป็นมุมองศาความกว้างระหว่างเกลียวที่อยู่ติดกัน</li><li><strong>Pitch</strong> &#8211; คือระยะห่างระหว่างยอดเกลียวหนึ่งไปยังอีกยอดเกลียวหนึ่ง</li><li><strong>Lead</strong> &#8211; คือระยะเกลียวที่เคลื่อนที่ไป เมื่อหมุนเกลียวครบ 1 รอบ ถ้าค่า Pitch มีค่าท่ากับ Lead เมื่อหมุนเกลียวครบ 1 รอบ เกลียวจะเคลื่อนที่ไปได้เป็นระยะ 1 ยอดเกลียว ถ้าหากค่า Lead มีระยะเท่ากับ 3 ยอดเกลียว เมื่อหมุนเกลียวครบ 1 รอบ เกลียวจะเคลื่อนที่ไปได้ 3 ยอดเกลียว</li><li><strong>รูปร่างของเกลียว (Thread Form)</strong> เป็นรูปร่างของเกลียว โดยทั่วไปแล้วเกลียวจะมีอยู่ในหลากหลายรูปแบบ ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน</li></ul>



<h2 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">ชนิดของเกลียว ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน</h2>



<p>ปัจจุบันมีมาตรฐานที่ออกแบบเกลียว ออกมามากมาย โดยที่ในแต่ละเกลียวจะมีขนาดของเกลียว องศาของเกลียว ระยะ Pitch ที่แตกต่างกัน ถ้าหากเราจะเลือกซื้ออุปกรณ์ใดๆ ที่มีเกลียวมาใช้งาน เราควรจะทราบถึงเกลียวที่เราใช้งาน เพราะถ้ามีการเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วชนิดของเกลียวไม่ตรงกัน จะไม่สามารถใช้งานได้ เพราะแต่ละเกลียวจะมีค่าที่ไม่เท่ากันนั่นเอง</p>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large is-resized"><img loading="lazy" decoding="async" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/m-1.jpg" alt="" class="wp-image-1629" width="233" height="167"/></figure></div>
</div>



<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<p><strong>เกลียว M (Metric)</strong> เป็นเกลียวที่ได้รับความนิยมและเข้าใจง่าย มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เกลียวมิล โดยการวัดระยะห่างระหว่างเกลียว (Pitch) ใช้หน่วยเป็นมิลลิเมตร</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="233" height="167" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/npt.jpg" alt="" class="wp-image-1630"/></figure></div>
</div>



<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<p><strong><strong>เกลียว NPT (National Pipe Thread Taper)</strong> </strong>เป็นเกลียวที่เป็นมาตรฐานจากประเทศอเมริกา ซึ่งในบ้านเราจะเรียกเกลียวชนิดนี้ว่า เกลียวหุน โดยจะมีหน่วยวัดเป็น นิ้ว มักจะพบได้บ่อยในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ท่อน้ำ</p>
</div>
</div>



<div class="wp-block-columns is-layout-flex wp-container-core-columns-is-layout-9d6595d7 wp-block-columns-is-layout-flex">
<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<div class="wp-block-image"><figure class="aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="233" height="167" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/06/pg.jpg" alt="" class="wp-image-1631"/></figure></div>
</div>



<div class="wp-block-column is-vertically-aligned-center is-layout-flow wp-block-column-is-layout-flow">
<p><strong><strong><strong>เกลียว PG (German PG Thread)</strong></strong></strong> เป็นเกลียวชนิดหนึ่งที่มีมาตรฐานจากประเทศเยอรมนี ซึ่งจะมีความต่างที่ มีมุมของเกลียวที่กว้างกว่า ทำให้ระยะ Pitch มีระยะที่มากกว่า</p>
</div>
</div>



<p>ที่มา : <a href="http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~kjirapon/Drawing%20Notes/Chapter%2011.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">chula.ac.th</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/thread/">รู้จักกับ เกลียว (Thread)</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทองเหลือง (Brass) โลหะผสมที่น่ารู้จัก</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/brass/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 24 Mar 2021 03:31:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=1595</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทองเหลือง (Brass) คืออะไร ? ทองเหลือง (Brass) เป็นโลหะผสม (Alloy) ชนิดหนึ่ง ที่มีสีเหลืองคล้ายคลึงกับทองคำเป็นอย่างมาก โดยที่ทองเหลืองนั้นได้รับการผสมกันระหว่าง ทองแดง และสังกะสี เป็นส่วนประกอบหลัก โดยอัตราส่วนระหว่างทองแดง และสังกะสีนั้นจะบ่งบอกถึงคุณสมบัติและความทนทานของทองเหลืองซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งของเนื้อทองเหลือง ความสามารถในการทนความร้อน รวมถึงความเหนียวของเนื้อทองเหลือง โดยการค้นพบทองเหลืองนั้น คาดว่าอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ เพราะได้มีการค้นพบว่ามีการนำทองเหลืองมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ในยุคสำริด และยังเป็นโลหะที่ถูกเรียกว่ามีความแข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้นอีกด้วย คุณสมบัติของทองเหลือง มีความแข็งสูง ผิวแวววาว ทนทาน ทนต่อการขีดข่วน ทนต่อแรงกระแทกได้ดี มีความทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิม มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ การใช้งานทองเหลือง ทองเหลือง นั้น เป็นโลหะอีกชนิดที่นำมาใช้ในงานอุตสาหกรรมได้หลากหลาย ทั้งในด้านการผลิตเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักร ชิ้นส่วนของรถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ ท่อ ก๊อกน้ำ กระทะ เคเบิ้ลแกลนทองเหลืองชุบนิกเกิล และอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย จึงบอกได้ว่า ทองเหลืองนั้นมีความสำคัญในอุตสาหกรรมอย่างมาก การผสมโลหะชนิดอื่นๆ และผลลัพธ์ นิกเกิล : เมื่อผสมนิกเกิลลงไปในทองเหลือง จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง และการทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดียิ่งขึ้น และเมื่อผสมนิกเกิลให้เท่ากับปริมาณสังกะสี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/brass/">ทองเหลือง (Brass) โลหะผสมที่น่ารู้จัก</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<style>.buttonizer {display:none !important;}</style>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/ทองเหลือง-L.jpg" alt="ทองเหลือง โลหะผสมที่น่ารู้จัก" class="wp-image-1598" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/ทองเหลือง-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/ทองเหลือง-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/ทองเหลือง-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/ทองเหลือง-L-768x403.jpg 768w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/ทองเหลือง-L-600x315.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h1 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">ทองเหลือง (Brass) คืออะไร ?</h1>



<p><strong class="forange">ทองเหลือง (Brass) เป็นโลหะผสม (Alloy)</strong> ชนิดหนึ่ง ที่มีสีเหลืองคล้ายคลึงกับทองคำเป็นอย่างมาก โดยที่ทองเหลืองนั้นได้รับการผสมกันระหว่าง <strong class="fblue">ทองแดง และสังกะสี</strong> เป็นส่วนประกอบหลัก โดยอัตราส่วนระหว่างทองแดง และสังกะสีนั้นจะบ่งบอกถึงคุณสมบัติและความทนทานของทองเหลืองซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งของเนื้อทองเหลือง ความสามารถในการทนความร้อน รวมถึงความเหนียวของเนื้อทองเหลือง</p>



<p>โดยการค้นพบทองเหลืองนั้น คาดว่าอยู่ใน<strong class="fgreen">ยุคก่อนประวัติศาสตร์</strong> เพราะได้มีการค้นพบว่ามีการนำทองเหลืองมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่ในยุคสำริด และยังเป็นโลหะที่ถูกเรียกว่า<strong class="fred">มีความแข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้นอีกด้วย</strong></p>



<h2 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading">คุณสมบัติของทองเหลือง</h2>



<ol class="wp-block-list"><li>มีความแข็งสูง</li><li>ผิวแวววาว</li><li>ทนทาน ทนต่อการขีดข่วน ทนต่อแรงกระแทกได้ดี</li><li><strong class="forange">มีความทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิม</strong></li><li>มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม <strong class="fgreen">สามารถนำกลับมาหลอมใช้ใหม่ได้ </strong></li></ol>



<h2 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">การใช้งานทองเหลือง</h2>



<p><strong class="forange">ทองเหลือง</strong> นั้น เป็นโลหะอีกชนิดที่นำมาใช้ในงานอุตสาหกรรมได้หลากหลาย ทั้งในด้านการผลิตเป็นชิ้นส่วนของเครื่องจักร ชิ้นส่วนของรถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ ท่อ ก๊อกน้ำ กระทะ <a href="https://www.cablegland-center.com/nickel-brass-cable-gland/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เคเบิ้ลแกลนทองเหลืองชุบนิกเกิล</a> และอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมาย จึงบอกได้ว่า ทองเหลืองนั้นมีความสำคัญในอุตสาหกรรมอย่างมาก</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">การผสมโลหะชนิดอื่นๆ และผลลัพธ์</h2>



<ul class="wp-block-list"><li><strong class="fred">นิกเกิล</strong> : เมื่อผสมนิกเกิลลงไปในทองเหลือง จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรง และการทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดียิ่งขึ้น และเมื่อผสมนิกเกิลให้เท่ากับปริมาณสังกะสี จะทำให้ทองเหลืองเปลี่ยนเป็นสีขาว หรือ เรียกว่า นิกเกิลเงิน</li><li><strong class="fred">เหล็ก และแมงกานีส</strong> : ทำให้เนื้อทองเหลืองมีความแข็งแรงมากขึ้น มักะผสมเข้าไปในทองเหลืองที่ต้องการการต้านแรงดึงสูง</li><li>ตะกั่ว : เป็นโลหะที่มักจะถูกผสมลงไปในเนื้อทองเหลืองโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เพราะมักจะติดมากับสังกะสีโดยที่ไม่รู้ตัว โดยตะกั่วนั้นจะทำให้การไหลตัวของน้ำโลหะดีขึ้น มีความต้านทานแรงดึง และความเหนียว ทำให้ขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น</li><li><strong class="fred">อลูมิเนียม</strong> : เป็นโลหะที่จะทำให้เนื้อทองเหลืองมีความต้านทานต่อการกัดกร่อนให้มากขึ้น และลดการสูญเสียโลหะสังกะสีในการหลอมได้เป็นอย่างดี</li><li><strong class="fred">ดีบุก</strong> : ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อน และต้านทานแรงดึงได้มากขึ้น</li></ul>



<p>ที่มา : <a href="https://www.chi.co.th/article/article-847/" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">chi.co.th</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/brass/">ทองเหลือง (Brass) โลหะผสมที่น่ารู้จัก</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กล่องพักสายไฟคืออะไร ใช้งานอย่างไร</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/junction-box/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2021 08:56:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=1584</guid>

					<description><![CDATA[<p>กล่องพักสายไฟคืออะไร ? กล่องพักสายไฟ (Junction Box) เป็นอุปกรณ์ต่อสายชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับต่อเชื่อม แยกวงจรไฟฟ้า หรือทำเป็นจุดพักวงจรไฟฟ้า เพื่อที่จะใช้แยกวงจรเป็นส่วนๆ และทำให้ง่ายในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงวงจรได้ในภายหลัง กล่องพักสายไฟ สามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร สามารถใช้งานได้ทั้งภายในบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และยังรวมถึงโรงงานอุตสหากรรม โดยปกติมักจะติดตั้งติดกับกำแพง แต่จริงๆแล้วก็ยังสามารถติดตั้งกับเครื่องจักร์ได้ โดยที่กล่องพักสายไฟในปัจจุบันก็มีขายอยู่ในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายวัสดุ เช่น กล่องพักสายไฟพลาสติก กล่องพักสายไฟอลูมิเนียม และกล่องพักสายไฟสแตนเลส คุณสมบัติของกล่องพักสายไฟที่ควรทราบ ตัวกล่องที่เลือกใช้จะต้องมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่ออุณหภูมิ ทนต่อแรงกระแทก ทนต่อสภาพแวะล้อม มีความสามารถในการป้องกันน้ำและฝุ่น เป็นฉนวนไฟฟ้า ประโยชน์ของกล่องพักสายไฟ ใช้เป็นจุดพักสายไฟ จุดแบ่งวงจรไฟฟ้า ช่วยให้การบำรุงรักษาระบบ หรือมีการแก้ไขระบบ สามารถทำได้ง่ายขึ้น ช่วยลดอันตรายจากการใช้งาน ช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทำลายอุปกรณ์ภายในกล่อง เช่น น้ำ ฝุ่น แมลง แสงแดด วิธีการติดตั้งกล่องพักสายไฟ ทำการเจาะช่องสำหรับร้อยสายไฟ เข้า-ออก (สำหรับกล่องที่ไม่มีรูสำเร็จรูป) ทำการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับ จับยึดสายไฟ เช่น เคเบิ้ลแกลน ในช่องที่ได้เจาะไว้ ติดตั้งกล่องพักสายไฟกับพื้นผิวที่ต้องการ เช่น กำแพง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/junction-box/">กล่องพักสายไฟคืออะไร ใช้งานอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<style>.buttonizer {display:none !important;}</style>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/กล่องพักสายไฟ-L.jpg" alt="กล่องพักสายไฟคืออะไร ใช้ประโยชน์อย่างไร" class="wp-image-1586" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/กล่องพักสายไฟ-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/กล่องพักสายไฟ-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/กล่องพักสายไฟ-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/กล่องพักสายไฟ-L-768x403.jpg 768w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2021/03/กล่องพักสายไฟ-L-600x315.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h1 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading"><strong>กล่องพักสายไฟคืออะไร ?</strong></h1>



<p><strong>กล่องพักสายไฟ (Junction Box)</strong> เป็นอุปกรณ์ต่อสายชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับต่อเชื่อม แยกวงจรไฟฟ้า หรือทำเป็นจุดพักวงจรไฟฟ้า เพื่อที่จะใช้แยกวงจรเป็นส่วนๆ และทำให้ง่ายในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงวงจรได้ในภายหลัง </p>



<p>กล่องพักสายไฟ สามารถติดตั้งได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร สามารถใช้งานได้ทั้งภายในบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน และยังรวมถึงโรงงานอุตสหากรรม โดยปกติมักจะติดตั้งติดกับกำแพง แต่จริงๆแล้วก็ยังสามารถติดตั้งกับเครื่องจักร์ได้ โดยที่กล่องพักสายไฟในปัจจุบันก็มีขายอยู่ในหลากหลายรูปแบบ หลากหลายวัสดุ เช่น กล่องพักสายไฟพลาสติก <a href="https://www.tpe-trading.com/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กล่องพักสายไฟอลูมิเนียม</a> และกล่องพักสายไฟสแตนเลส</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading"><strong>คุณสมบัติของกล่องพักสายไฟที่ควรทราบ</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ตัวกล่องที่เลือกใช้จะต้องมีความแข็งแรงทนทาน</li><li>ทนต่ออุณหภูมิ ทนต่อแรงกระแทก ทนต่อสภาพแวะล้อม</li><li>มีความสามารถในการป้องกันน้ำและฝุ่น</li><li>เป็นฉนวนไฟฟ้า</li></ul>



<h2 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading">ประโยชน์ของกล่องพักสายไฟ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ใช้เป็นจุดพักสายไฟ จุดแบ่งวงจรไฟฟ้า</li><li>ช่วยให้การบำรุงรักษาระบบ หรือมีการแก้ไขระบบ สามารถทำได้ง่ายขึ้น</li><li>ช่วยลดอันตรายจากการใช้งาน</li><li>ช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าไปทำลายอุปกรณ์ภายในกล่อง เช่น น้ำ ฝุ่น แมลง แสงแดด</li></ul>



<h2 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">วิธีการติดตั้งกล่องพักสายไฟ</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ทำการเจาะช่องสำหรับร้อยสายไฟ เข้า-ออก (สำหรับกล่องที่ไม่มีรูสำเร็จรูป)</li><li>ทำการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับ จับยึดสายไฟ เช่น <a href="https://cablegland-center.com" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เคเบิ้ลแกลน</a> ในช่องที่ได้เจาะไว้</li><li>ติดตั้งกล่องพักสายไฟกับพื้นผิวที่ต้องการ เช่น กำแพง หรือเครื่องจักร</li><li>เดินสายไฟเข้ามาภายในกล่อง และยึดสายไฟให้แน่น</li></ul>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/junction-box/">กล่องพักสายไฟคืออะไร ใช้งานอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จักกับพลาสติก วัสดุที่เจอได้ในชีวิตประจำวัน</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/know-plastic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Dec 2020 08:06:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=1473</guid>

					<description><![CDATA[<p>พลาสติก คืออะไร ? พลาสติก เป็น วัสดุที่ได้สังเคราะห์ขึ้น จัดอยู่ใน กลุ่มพอลิเมอร์ โดยคุณสมบัติของพลาสติก คือ สามารถนำมาหลอมขึ้นรูปเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ง่าย มีความทนทาน จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย ในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยทั่วไปแล้วพลาสติกจะถูกสังเคราะห์จากปิโตรเคมี เพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ ได้มีการคิดค้นและผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน มากขึ้น อาทิเช่น ข้าวโพด หรืออ้อย เป็นต้น ความเป็นมาของพลาสติก พลาสติกสังเคราะห์นั้น ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1907 โดย Leo Baekeland ที่เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้มีการค้นคว้าและศึกษาต่อด้วยนักเคมีอีกหลายท่าน เช่น Hermann Staudinger ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งเคมีพอลิเมอร์ และ Herman Mark ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งฟิลิกส์พอลิเมอร์ พลาสติก นั้น เริ่มได้รับการนิยมและใช้งานอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 20 และมีการผลิตสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทานอย่างมากของพลาสติก ย่อยสลายได้ยาก จึงเริ่มเป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อม จึงได้เริ่มคิดค้นหาวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งการรีไซเคิ่ลพลาสติก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/know-plastic/">รู้จักกับพลาสติก วัสดุที่เจอได้ในชีวิตประจำวัน</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<style>.buttonizer {display:none !important;}</style>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/12/พลาสติก-L.jpg" alt="รู้จักกับพลาสติก วัสดุที่เจอได้ในชีวิตประจำวัน" class="wp-image-1477" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/12/พลาสติก-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/12/พลาสติก-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/12/พลาสติก-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/12/พลาสติก-L-768x403.jpg 768w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/12/พลาสติก-L-600x315.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h1 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">พลาสติก คืออะไร ?</h1>



<p><strong class="fred">พลาสติก </strong>เป็น วัสดุที่ได้สังเคราะห์ขึ้น จัดอยู่ใน <strong class="fblue">กลุ่มพอลิเมอร์</strong> โดยคุณสมบัติของพลาสติก คือ  สามารถนำมาหลอมขึ้นรูปเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ง่าย มีความทนทาน จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์หลากหลาย ในหลากหลายอุตสาหกรรม </p>



<p>โดยทั่วไปแล้วพลาสติกจะถูกสังเคราะห์จากปิโตรเคมี เพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ ได้มีการคิดค้นและผลิตจากทรัพยากรหมุนเวียน มากขึ้น อาทิเช่น ข้าวโพด หรืออ้อย เป็นต้น</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">ความเป็นมาของพลาสติก</h2>



<p>พลาสติกสังเคราะห์นั้น ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1907 โดย <strong class="fgreen">Leo Baekeland</strong> ที่เมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้มีการค้นคว้าและศึกษาต่อด้วยนักเคมีอีกหลายท่าน เช่น <strong class="fgreen">Hermann Staudinger</strong> ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งเคมีพอลิเมอร์ และ <strong class="fgreen">Herman Mark</strong> ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งฟิลิกส์พอลิเมอร์</p>



<p><strong class="fblue">พลาสติก</strong> นั้น เริ่มได้รับการนิยมและใช้งานอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 20 และมีการผลิตสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทานอย่างมากของพลาสติก <strong class="fred">ย่อยสลายได้ยาก จึงเริ่มเป็นปัญหากับสิ่งแวดล้อม</strong> จึงได้เริ่มคิดค้นหาวิธีในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งการรีไซเคิ่ลพลาสติก กลับมาใช้ซ้ำ และรณรงค์ให้ลดการใช้พลาสติก</p>



<h2 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">ชนิดของพลาสติก</h2>



<p>พลาสติกนั้นยังแบ่งได้อีกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ และยังมีอีกหลากหลายชนิด แบ่งแยกตามการผลิต ส่วนประกอบ และคุณสมบัติ</p>



<h3 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading">1. เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic)</h3>



<p><strong class="fblue">เทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic)</strong> หรือเรซิน เป็นพลาสติกประเภทที่ใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุด เพราะสามารถเปลี่ยนรูปได้ง่าย โดนความร้อนจะเกิดการอ่อนตัว และเย็นลงก็จะแข็งตัว</p>



<p>โครงสร้างของพลาสติกชนิดนี้จะมีโครงสร้างเป็นโมเลกุลเป็น <strong class="forange">แบบโซ่ตรงยาว</strong> มีการเชื่อมต่อระหว่างโซ่พอลิเมอร์น้อยมาก สามารถหลอมเหลวได้ แต่เมื่อผ่านแรงอัดจะไม่ทำลายโครงสร้างเดิม สามารถนำมาหลอมและกลับมาใช้ใหม่ได้ ชนิดของพลาสติกชนิด เทอร์โมพลาสติก มีดังนี้</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.1 พอลิเอทิลีน (Polyethylene : PE) </h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีลักษณะขุ่น ทนความร้อนได้พอสมควร ไอน้ำสามารถซึมผ่านได้เล็กน้อย อากาศผ่านเข้าออกได้ เป็นพลาสติกที่สามารถพบได้บ่อยในอุตสาหกรรม โดยมักจะนำมาผลิตเป็น ท่อน้ำ ถัง ขวด <a href="https://www.tpe-trading.com/flex-conduit/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ท่อร้อยสายไฟ</a> เป็นต้น</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.2 พอลิโพรพิลีน (Polypropylent : PP) </h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีความแข็งกว่า พลาสติกชนิด <strong>โพลีเอทิลีน (PE)</strong> มีคุณสมบัติ ทนต่อสารไขมัน และความร้อน ไอน้ำสามารถซึมผ่านได้เล็กน้อย โดยมักจะนำมาผลิตเป็น วัสดุบรรจุอาหาร หลอดดูดอาหาร เป็นต้น</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.3 พอลิสไตรีน (Polystyrene : PS) </h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีลักษณะโปร่งใส ทนต่อกรดและด่าง ไอน้ำและอากาสซึมผ่านได้พอสมควร แต่มีความเปราะ  โดยมักจะนำมาผลิตเป็น เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.4 SAN (Styrene Acrylonitrile)</h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีลักษณะโปร่งใส มีความเหนียว ทนทาน ทนต่อความร้อนสูง โดยมักจะนำมาผลิตเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.5 ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene)</h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีลักษณะคล้ายกลับพลาสติกชนิด SAN แต่มีความสามารถในการทนต่อสารเคมีได้ดีกว่า มีความโปร่งแสง เหนียวกว่า ยืดหยุ่นได้ดี โดยมักจะนำมาผลิตเป็น ข้อต่อต่างๆ หมวกกันน็อค ใช้กับเครื่องพิมพ์ 3D</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.6 พอลิไวนิลคลอไรด์ (polyvinylchloride : PVC) </h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติ ป้องกันไขมันได้ดี ไอน้ำและอากาศไหลซึมได้พอสมควร นำมาใช้ในอุตสหากรรมได้หลากหลาย มักจะนำไปผลิตเป็น ฟิล์มถนอมอาหาร ขวด สายยาง กระเบื้องยาง ท่อประปา กรวยจราจร เป็นต้น</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.7 ไนล่อน (Nylon) </h4>



<p>ไนล่อน หรือพลาสติกชนิด PA เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติที่มีความทนทานเป็นอย่างมาก มีความเหนียว ทนอุณหภูมิ ขึ้นรูปได้ง่าย ทนต่อการสึกหรอได้ดี โดยมักจะนำไปใช้ในการผลิต เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์กีฬา <a href="https://www.cablegland-center.com/nylon-cable-gland/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เคเบิ้ลแกลนพลาสติก</a> เป็นต้น</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.8 พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลด (Polyethylene Terephthalate : PET)</h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติคือ มีความใส เหนียว ทนทาน ยืดหยุ่นต่อการกระทบกระแทก โดยมักจะนำมาผลิตในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น วัสดุบรรจุอาหาร ขวด แผ่นฟิล์ม</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1.9 พอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate : PC) </h4>



<p>เป็นพลาสติกที่โปร่งใส่ แข็ง ทนแรงยืดและแรงกระแทกได้ดี ทนความร้อน ทนกราด แต่ไม่ทนด่าง โดยมักจะนำมาผลิตเป็น จาน ชาม ขวดนม </p>



<h3 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading">2. เทอร์โมเซตติ้งพลาสติก (Thermosetting Plastic)</h3>



<p>เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติพิเศษ<strong class="fblue"> มีโมเลกุลที่แข็งแรงมาก</strong> ไม่สามารถหลอมเหลวได้ สามารถทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและทนต่อปฎิกิริยาได้ดี เกิดคราบและรอยเปื้อนได้ยาก เมื่อเย็นตัวลง จะมีความทนทาน แข็งมาก ไม่อ่อนตัว <strong class="fred">เปลี่ยนรูปร่างไม่ได้</strong> แต่จะแตกและไหม้เมื่อโดนความร้อนถึงระดับหนึ่ง ชนิดของพลาสติกชนิด เทอร์โมเซตติ้งพลาสติก มีดังนี้</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">2.1 เมลามีน ฟอร์มาลดีไฮด์ (Melamine Formaldehyde) </h4>



<p>เป็นพลาสติกชนิดที่ทนความร้อนชนิดแข็ง สามารถขึ้นรูปได้ภายใต้อุณหภูมิสูง เป็นวัสดุที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ ไม่ควรใช้งานที่อุณหภูมิเกิน 60°C ไม่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ โดยมักจะนำมาผลิตเป็น ช้อนส้ม ตะเกียบ จานชาม แผ่นไม้ปูพื้น กระดานไวท์บอร์ด เฟอร์นิเจอร์</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">2.2 ฟีนอลฟอร์มาดีไฮด์ (Phenol Formaldehyde) </h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีความแข็งและอยู่ตัว ตัวเนื้อมีความคงตัว ทนทานต่อการผุกร่อน เป็นฉนวนไฟฟ้า และทนความร้อนได้สูง โดยมักจะนำไปใช้ในการทำปลอกหุ้มคอยล์รถยนต์ หูกระทะ ด้ามมีด ลูกบิลเลียด สารเคลือบผิว</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">2.3 อีพ็อกซี (Epoxy)</h4>



<p>เป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก ทนต่อแรงการขูดขีด แรงกระแทก ไม่คืนรูป แต่ไม่สามารถนำมารีไซเคิลได้ และยังพบว่ามีสารที่มีความเป็นพิษต่อร่างกาย จึงไม่เหมาะในการนำมาผลิตเป็นผลิตภรรณ์ที่บรรจุอาหาร โดยอีพ็อกซี มักจะนำมาผลิตเป็น สารที่ใช้ยึดติดกับอุปกรณ์ เช่น ไม้ เหล็ก เป็นสารที่ใช้เคลือบผิว และเคลือบเพื่อเป็นฉนวนไฟฟ้า ในการผลิตมอเตอร์</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">2.4 โพลีเอสเตอร์ (Polyester)</h4>



<p>เป็นพลาสติกชนิดที่ได้ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนการใช้เส้นใยธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติที่มีความทนทาน เหนียว ทนต่อสารเคมี ระบายอากาศได้ดี เป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ สามารถนำมารีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ได้ จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมักจะใช้นำไปใช้ในการผลิตเส้นใย นำมาผลิตเสื้อผ้า ชุดกีฬา ชุดสูท กระเป๋า รองเท้า เป็นต้น</p>



<h4 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">2.5 โพลียูริเทน (Polyurethane)</h4>



<p>โพลียูริเทน หรือ PU เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติที่มีความเหนียว แข็ง หนาแน่น แต่สามารถติดไฟได้ง่าย จึงควรใช้อย่างระมัดระวัง และอาจปล่อยแก๊สพิษเมื่อติดไฟอีกด้วย ดังนั้นไม่ควรใช้กับวัตถุไวไฟ โดยมักจะนำไปผลิตเป็น ส่วนประกอบของเตียง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด</p>



<p>ที่มา : <a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">wikipedia</a></p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/know-plastic/">รู้จักกับพลาสติก วัสดุที่เจอได้ในชีวิตประจำวัน</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ท่อร้อยสายไฟ ดีอย่างไร</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/conduit/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Nov 2020 09:20:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=1455</guid>

					<description><![CDATA[<p>ท่อร้อยสายไฟ คืออะไร ? ท่อร้อยสายไฟ เป็นอุปกรณ์สำหรับงานไฟฟ้าอย่างหนึ่ง มีหน้าที่ในการร้อยสายไฟฟ้า สายสัญญาณต่างๆ นอกจากที่จะทำให้สายไฟที่ได้รับการติดตั้งมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังมีส่วนช่วยป้องกันสายไฟหรือสายสัญญาณ จากสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ จากภายนอกที่จะมีโอกาสที่จะทำลายสายไฟ โดยที่การติดตั้งท่อร้อยสายไฟมักจะติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ อาทิเช่น ฝังใต้หนัง ใต้พื้น บนฝ้า ซึ่งจะใช้แตกต่างกันในแต่ละชนิด ประเภทของท่อร้อยสายไฟ 1. ท่อโลหะ ท่อโลหะขนาดบาง (Electrical Metallic Tubing &#8211; EMT) เป็นท่อโลหะชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในการติดตั้งแบบเดินลอยภายในอาคาร ซ่อนในฝ้า จะมีขนาดตั้งแต่ 1/2 &#8211; 2 นิ้ว โดยท่อชนิดนี้ ห้ามฝังในดิน หรือฝังในคอนกรีต ท่อโลหะขนาดกลาง (Intermediate Conduit &#8211; IMC) เป็นท่อโลหะอีกชนิด โดยจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1/2 &#8211; 4 นิ้ว มักนำไปใช้เดินลอยภายนอกอาคาร ฝังในผนัง และท่อชนิดนี้สามารถฝังในพื้นคอนกรีตได้ ท่อโลหะหนาพิเศษ (Rigid Steel Conduit [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/conduit/">ท่อร้อยสายไฟ ดีอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<style>.buttonizer {display:none !important;}</style>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/11/ท่อร้อยสายไฟ-L.jpg" alt="ท่อร้อยสายไฟ ดีอย่างไร" class="wp-image-1457" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/11/ท่อร้อยสายไฟ-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/11/ท่อร้อยสายไฟ-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/11/ท่อร้อยสายไฟ-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/11/ท่อร้อยสายไฟ-L-768x403.jpg 768w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/11/ท่อร้อยสายไฟ-L-600x315.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<h1 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">ท่อร้อยสายไฟ คืออะไร ?</h1>



<p><strong>ท่อร้อยสายไฟ</strong> เป็นอุปกรณ์สำหรับงานไฟฟ้าอย่างหนึ่ง มีหน้าที่ในการร้อยสายไฟฟ้า สายสัญญาณต่างๆ นอกจากที่จะทำให้สายไฟที่ได้รับการติดตั้งมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ยังมีส่วนช่วยป้องกันสายไฟหรือสายสัญญาณ จากสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ จากภายนอกที่จะมีโอกาสที่จะทำลายสายไฟ</p>



<p>โดยที่การติดตั้ง<a href="https://tpetrading.com/flexible-conduit/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ท่อร้อยสายไฟ</a>มักจะติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ อาทิเช่น ฝังใต้หนัง ใต้พื้น บนฝ้า ซึ่งจะใช้แตกต่างกันในแต่ละชนิด</p>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">ประเภทของท่อร้อยสายไฟ</h2>



<h3 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">1. ท่อโลหะ</h3>



<ul class="wp-block-list"><li><strong style="color:red;">ท่อโลหะขนาดบาง (Electrical Metallic Tubing &#8211; EMT)</strong> เป็นท่อโลหะชนิดหนึ่งที่นิยมใช้ในการติดตั้งแบบเดินลอยภายในอาคาร ซ่อนในฝ้า จะมีขนาดตั้งแต่ 1/2 &#8211; 2 นิ้ว โดยท่อชนิดนี้ ห้ามฝังในดิน หรือฝังในคอนกรีต</li><li><strong style="color:red;">ท่อโลหะขนาดกลาง (Intermediate Conduit &#8211; IMC</strong>) เป็นท่อโลหะอีกชนิด โดยจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 1/2 &#8211; 4 นิ้ว มักนำไปใช้เดินลอยภายนอกอาคาร ฝังในผนัง และท่อชนิดนี้สามารถฝังในพื้นคอนกรีตได้</li><li><strong style="color:red;">ท่อโลหะหนาพิเศษ (Rigid Steel Conduit &#8211; RSC)</strong> เป็นท่อที่มีคุณลักษณะที่คล้ายกับท่อชนิด IMC แต่มีความแข็งแรงกว่า มีขนาด 1/2 &#8211; 6 นิ้ว สามารถใช้เดินลอยภายนอกอาคาร ฝังในผนังและพื้นคอนกรีตได้</li><li><strong style="color:red;">ท่อโลหะอ่อน (Flexible Metal Conduit)</strong> เป็นท่อที่ทำจากโลหะ เช่น ท่อร้อยสายไฟสแตนเลส ท่อชนิดนี้มีความแข็งแรง อ่อนตัว ดัดโค้งงอได้ เหมาะสำหรับติดตั้งต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้า แต่ท่อชนิดนี้จะป้องกันของเหลวได้ไม่ดี</li><li><strong style="color:red;">ท่อโลหะอ่อนกันน้ำ (Raintight Flexible Metal Conduit)</strong> เป็นท่อที่ทำจากโลหะ มีลักษณะคล้ายกับ ท่อโลหะอ่อน แต่จะมีการหุ้มเปลือกด้วยพลาสติก PVC อีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันน้ำ ความชื้นที่จะเข้าไปในท่อได้ มักใช้กับการเดินในจุดที่มีความชื้น เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น แต่จะไม่เหมาะกับใช้งานในสถานที่ที่มีความร้อนสูงมากๆ เพราะพลาสติกที่เคลือบอาจจะละลายได้</li></ul>



<h3 class="has-vivid-green-cyan-color has-text-color wp-block-heading">2. ท่อพลาสติก</h3>



<ul class="wp-block-list"><li><strong style="color:red;">ท่อพลาสติกพีวีซี (PVC) </strong>เป็นท่อที่ทำจากพลาสติกชนิด PVC คุณสมบัติพิเศษคือ ทนความชื้น ไม่ขึ้นสนิม โดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 สี คือสีเหลืองและสีขาว โดยที่ท่อสีเหลืองจะเหมาะกับการเดินฝังฝนผนัง และท่อสีขาวมักจะใช้เดินลอย เพราะสามารถทาสีทับได้ง่าย</li><li><strong style="color:red;">ท่อพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene)</strong> เป็นท่อพลาสติกที่มีความแข็งแรง อ่อนตัวพอสมควร ไม่เป็นสนิม น้ำหนักเบา มีอายุการใช้งานยาวนาน ทักใช้ในงานที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น พื้นที่ไม่สม่ำเสมอ </li><li><strong style="color:red;">ท่อ EFLEX (Flexible Conduit)</strong> เป็นท่อพลาสติกที่ทำจาก <a href="https://www.tpe-trading.com/%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81-2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">พลาสติกชนิด PA</a> (Polyamide) , PE โดยจุดเด่นของท่อชนิดนี้ คือ มีความอ่อนตัว ทนทาน ดัดโค้งงอได้ ไม่ติดไฟหรือไม่ลามไฟ </li></ul>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">ข้อดีของการใช้งานท่อร้อยสายไฟ</h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะทำลายสายไฟหรือสายสัญญาณ เช่น ฝุ่น น้ำ ของเหลว สารเคมี สัตว์กัดแทะ แมลง ที่จะทำให้สายไฟเสียหาย</li><li>ทำให้การเดินสายไฟเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม</li><li>ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้งานไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ประกายไฟที่เกิดขึ้นจะ ถูกจำกัดภายในท่อ ไม่ให้ออกมาติดไฟด้านนอกท่อ</li></ol>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">ข้อสังเกตการใช้งานท่อร้อยสายไฟ</h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ใช้เวลาในการเดินสายไฟมากกว่า การเดินแบบสายเปลือย</li><li>มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสายไฟฟ้ามากขึ้น</li><li>หากมีการซ่อม หรือเพิ่มสายไฟ จะสามารถทำได้ยากกว่า</li></ol>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/conduit/">ท่อร้อยสายไฟ ดีอย่างไร</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 หลักการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/electric-install/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 30 Oct 2020 06:58:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=1443</guid>

					<description><![CDATA[<p>พูดได้ว่าไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอีกชนิดหนึ่งที่แทบทุกบ้านจะขาดไม่ได้ ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในปัจจุบันมีมากมายที่ใช้ไฟฟ้า ดังนั้นการรู้ถึงระบบไฟฟ้าภายในบ้านจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้าน อาคาร หรือโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ๆ หลักการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน มีอะไรบ้าง 1. เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้า อาทิเช่น สายไฟ ปลั๊กไฟ จะต้องเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ หรือได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม อาทิเช่น มอก. เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้เลือกมา มีความทนทาน แข็งแรง และปลอดภัยที่จะใช้งาน 2. เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา เช่น เลือกขนาดสายไฟให้มีขนาดที่สามารถรองรับการใช้งานภายในอาคารได้ หรือไม่เผื่อเยอะเกินไป รวมถึงการเลือกซื้อให้เพียงพอ ไม่เผื่อมากจนเกินไป เพื่อความประหยัดในการติดตั้ง แต่ก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพด้วยเพื่อความปลอดภัย 3. ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามมาตรฐานของการไฟฟ้า การติดตั้งสายไฟฟ้า ควรติดตั้งให้มีความเรียบร้อยสวยงาม เป็นระเบียบ โดยเฉพาะสายไฟ ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่ควรรู้ต่อการติดตั้งสายไฟ มีดังนี้ 3.1 การเลือกสายไฟ &#8211; นอกจากสายไฟที่ได้เลือกมาจะได้รับมาตรฐานแล้ว สายไฟที่ใช้ติดตั้งภายในอาคาร ควรจะเป็นสายชนิดที่มีฉนวนหุ้ม เพื่อป้องกันอันตรายจากการที่ไปสัมผัสกับสายไฟโดยตรง 3.2 การเดินสายผ่านหนังหรือกำแพง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/electric-install/">5 หลักการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<style>.buttonizer {display:none !important;}</style>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1200" height="630" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/ติดตั้งไฟ-L.jpg" alt="5 หลักการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน" class="wp-image-1447" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/ติดตั้งไฟ-L.jpg 1200w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/ติดตั้งไฟ-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/ติดตั้งไฟ-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/ติดตั้งไฟ-L-768x403.jpg 768w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/ติดตั้งไฟ-L-600x315.jpg 600w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p>พูดได้ว่าไฟฟ้าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอีกชนิดหนึ่งที่แทบทุกบ้านจะขาดไม่ได้ ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้ในปัจจุบันมีมากมายที่ใช้ไฟฟ้า ดังนั้นการรู้ถึงระบบไฟฟ้าภายในบ้านจึงมีความสำคัญ <strong style="color:red;">โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้าน อาคาร หรือโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ ๆ </strong></p>



<h1 class="has-vivid-purple-color has-text-color wp-block-heading">หลักการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน มีอะไรบ้าง</h1>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">1. เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย</h2>



<p>การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้า อาทิเช่น สายไฟ ปลั๊กไฟ <strong style="color:green;">จะต้องเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ หรือได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรม</strong> อาทิเช่น มอก. เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้เลือกมา มีความทนทาน แข็งแรง และปลอดภัยที่จะใช้งาน</p>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">2. เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม</h2>



<p>การเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้า ควรจะเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา เช่น เลือกขนาด<a href="https://www.cablegland-center.com/power-cable/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">สายไฟ</a>ให้มีขนาดที่สามารถรองรับการใช้งานภายในอาคารได้ หรือไม่เผื่อเยอะเกินไป รวมถึงการเลือกซื้อให้เพียงพอ ไม่เผื่อมากจนเกินไป เพื่อความประหยัดในการติดตั้ง <strong style="color:blue;">แต่ก็ต้องคำนึงถึงคุณภาพด้วยเพื่อความปลอดภัย</strong></p>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">3. ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ถูกต้องตามมาตรฐานของการไฟฟ้า</h2>



<p>การติดตั้งสายไฟฟ้า ควรติดตั้งให้มีความเรียบร้อยสวยงาม เป็นระเบียบ โดยเฉพาะสายไฟ ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่ควรรู้ต่อการติดตั้งสายไฟ มีดังนี้</p>



<p><strong>3.1 การเลือกสายไฟ</strong> &#8211; นอกจากสายไฟที่ได้เลือกมาจะได้รับมาตรฐานแล้ว สายไฟที่ใช้ติดตั้งภายในอาคาร <strong style="color:green;">ควรจะเป็นสายชนิดที่มีฉนวนหุ้ม</strong> เพื่อป้องกันอันตรายจากการที่ไปสัมผัสกับสายไฟโดยตรง</p>



<p><strong>3.2 การเดินสายผ่านหนังหรือกำแพง</strong> &#8211; ในกรณีที่มีการติดตั้งโดยเจาะทะลุผนัง จะต้องมีวัสดุที่ไม่มีคมหุ้มสายไฟไว้ อาทิเช่น ปลอกพลาสติก หรือขอบยาง เพื่อไม่ให้มีสิ่งมีคมไปทำความเสียหายให้กับสายไฟ </p>



<p><strong>3.3 การจับยึดสายไฟ </strong>&#8211; ในกรณีที่การติดตั้ง เป็นการติดตั้งแบบติดผนัง ควรจะมีอุปกรณ์จับยึดกับผนัง อาทิเช่น เข็มขัดรัดสาย รางไฟ หรือ <a href="https://www.tpe-trading.com/flex-conduit/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ท่อร้อยสายไฟ</a> โดยอุปกรณ์ที่นำมายึดสายจะต้องใช้วัสดุที่ไม่ทำอันตรายต่อฉนวนไฟฟ้า สำหรับเข็มขัดรัดสายจะต้องมีระยะในการยึดสายไฟที่เหมาะสม <strong style="color:blue;">โดยปกติจะไม่เกิน 20 เซนติเมตร</strong> สำหรับท่อร้อยสายไฟ จะเป็นอุปกรณ์ที่มักจะ ร้อยในงานพิเศษ เช่นใต้หนัง ใต้เพดาน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสายไฟ</p>



<p><strong>3.4 ห้ามเดินสายไฟซ้อนกัน</strong> &#8211; การติดตั้งสายไฟ จะต้องเรียงต่อกันเป็นชั้นเดียว <strong style="color:red;">ห้ามเดินสายไฟซ้อนกันเป็นอันขาด</strong></p>



<p><strong>3.5 ไม่ควรเดินสายไฟบนพื้นผิวที่อาจจะเป็นอันตรายกับสายไฟได้</strong> เช่น พื้นผิวที่ไม่มีความแข็งแรง</p>



<p><strong>3.6 ควรเก็บงานตามจุดต่อต่างๆ ให้เรียบร้อย</strong> &#8211; จุดต่อ หรือรอยเชื่อมต่างๆ ถ้าหากมีการติดตั้งที่ไม่ดีพอ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิด<a href="https://www.cablegland-center.com/electric-shock/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ไฟช็อต</a> หรือ ไฟฟ้าลัดวงจรได้ ดังนั้นตามจุดรอยต่อต่างๆ ควรติดตั้งให้เรียบร้อยและมีฉนวนไฟฟ้าหุ้มไว้เพื่อความปลอดภัย </p>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">4. แยกวงจรไฟฟ้าเป็นระบบย่อย</h2>



<p>ไม่ควรติดตั้งระบบไฟฟ้าทั้งหมดทั้งอาคารภายในสวิตช์เดียว ควรแยกวงจรเป็นจุดต่างๆ โดยอาจจะใช้ <a href="https://www.tpe-trading.com/junction-box/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กล่องพักสายไฟ</a> เป็นตัวแยกวงจรย่อย และสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าเป็นปริมาณมาก อาทิเช่น เครื่องปรับอากาศ ควรจะแยกสวิตช์ต่างหาก และเมื่อมีปัญหาก็สามารถบำรุงรักษาได้ง่ายอีกด้วย</p>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">5.เลือกช่างไฟฟ้าที่ไว้ใจได้</h2>



<p>สุดท้ายการเลือกช่างไฟฟ้าที่จะเข้ามาติดตั้งระบบไฟฟ้าให้กับเราก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะส่งผลถึงต่อความปลอดภัยอีกด้วย</p>



<p>ที่มา : <a href="http://www.elfit.ssru.ac.th/nuttida_ch/file.php/1/Energy_Management/04-St-industrial.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">elfit.ssru.ac.th</a></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/electric-install/">5 หลักการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้จักกับโลหะที่ไม่เป็นสนิม สแตนเลสสตีล</title>
		<link>https://www.cablegland-center.com/stainless-steel/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Cable Gland Center]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 20 Oct 2020 08:48:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.cablegland-center.com/?p=1393</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันนี้ อุปกรณ์เครื่องใช้ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากพลาสติกแล้ว หลายๆชิ้นมักจะมีโลหะเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น อลูมิเนียม เหล็ก และอื่นๆ แต่วัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ก็คือ สแตนเลส รู้จักกับสแตนเลสสตีล สแตนเลส สตีล คืออะไร ? สแตนเลส หรือเหล็กกล้าไร้สนิม เป็นโลหะชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการพบปัญหาที่สำคัญของเหล็ก ที่มักจะขึ้นสนิมเมื่อมีการใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ ดังนั้นสแตนเลส จึงเป็นโลหะที่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งการผลิตสแตนเลสสตีล นั้นจะเป็นการผสมส่วนผสมต่าง ๆ หลายอย่างเข้าไปในเนื้อโลหะ โดยที่สามารถพบได้บ่อยก็คือ คาร์บอน เหล็ก โครเมี่ยม นิกเกิล ไนโตรเจน ซัลเฟอ ทองแดง ซิลิกอน และอื่นๆ โดยที่โครเมี่ยมนี่เองที่เป็นตัวที่ทำให้โลหะที่ผลิตออกมาไม่เป็นสนิม เพราะออกซิเจนในอากาศทำปฎิกิริยากับโครเมี่ยมในเนื้อโลหะ ทำให้มีฟิล์มบางๆ เคลือบผิวไว้ช่วยป้องกันความเสียหายให้กับเนื้อโลหะได้เป็นอย่างดี จึงสามารถทนต่อการกัดกร่อนได้ดีนั่นเอง จุดเด่นของสแตนเลส สตีล สามารถทนอุณหภูมิได้ดีทั้งสูงและต่ำ สามารถขึ้นรูปได้ง่าย มีความแข็งแรงทนทาน สามารถทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้ง่าย สามารถใช้งานได้ยาวนาน มีความสวยงาม เพราะสแตนเลสมีความเงางาม รีไซเคิ่ลได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้สแตนเลสเอง ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพียงชนิดเดียว ซึ่งปัจจุบันสแตนเลสก็มีอยู่หลายประเภท ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามขั้นตอนการผลิตและส่วนประกอบของโลหะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/stainless-steel/">รู้จักกับโลหะที่ไม่เป็นสนิม สแตนเลสสตีล</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<style>.buttonizer {display:none !important;}</style>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="538" src="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/สแตนเลส-L-1024x538.jpg" alt="สแตนเลส สตีล คืออะไร ?" class="wp-image-1399" srcset="https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/สแตนเลส-L-1024x538.jpg 1024w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/สแตนเลส-L-300x158.jpg 300w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/สแตนเลส-L-768x403.jpg 768w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/สแตนเลส-L-600x315.jpg 600w, https://www.cablegland-center.com/wp-content/uploads/2020/10/สแตนเลส-L.jpg 1200w" sizes="auto, (max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p>ปัจจุบันนี้ อุปกรณ์เครื่องใช้ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน นอกจากพลาสติกแล้ว หลายๆชิ้นมักจะมีโลหะเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น อลูมิเนียม เหล็ก และอื่นๆ แต่วัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษที่เราจะมาคุยกันในวันนี้ก็คือ <strong style="color:blue;">สแตนเลส</strong></p>



<h1 class="has-vivid-red-color has-text-color wp-block-heading">รู้จักกับสแตนเลสสตีล</h1>



<p><strong style="color:green;">สแตนเลส สตีล คืออะไร ?</strong> สแตนเลส หรือเหล็กกล้าไร้สนิม เป็นโลหะชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการพบปัญหาที่สำคัญของเหล็ก ที่มักจะขึ้นสนิมเมื่อมีการใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ ดังนั้นสแตนเลส จึงเป็นโลหะที่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้</p>



<p>ซึ่งการผลิตสแตนเลสสตีล นั้นจะเป็นการผสมส่วนผสมต่าง ๆ หลายอย่างเข้าไปในเนื้อโลหะ โดยที่สามารถพบได้บ่อยก็คือ คาร์บอน เหล็ก โครเมี่ยม <a href="https://www.cablegland-center.com/nickel/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">นิกเกิล</a> ไนโตรเจน ซัลเฟอ ทองแดง ซิลิกอน และอื่นๆ </p>



<p>โดยที่โครเมี่ยมนี่เองที่เป็นตัวที่ทำให้โลหะที่ผลิตออกมาไม่เป็นสนิม เพราะออกซิเจนในอากาศทำปฎิกิริยากับโครเมี่ยมในเนื้อโลหะ ทำให้มีฟิล์มบางๆ เคลือบผิวไว้ช่วยป้องกันความเสียหายให้กับเนื้อโลหะได้เป็นอย่างดี จึงสามารถทนต่อการกัดกร่อนได้ดีนั่นเอง</p>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">จุดเด่นของสแตนเลส สตีล</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>สามารถทนอุณหภูมิได้ดีทั้งสูงและต่ำ</li><li>สามารถขึ้นรูปได้ง่าย</li><li><strong style="color:green;">มีความแข็งแรงทนทาน</strong></li><li>สามารถทำความสะอาดและบำรุงรักษาได้ง่าย</li><li>สามารถใช้งานได้ยาวนาน</li><li>มีความสวยงาม เพราะสแตนเลสมีความเงางาม</li><li><strong style="color:green;">รีไซเคิ่ลได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong></li></ul>



<p>นอกจากนี้สแตนเลสเอง ไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพียงชนิดเดียว ซึ่งปัจจุบันสแตนเลสก็มีอยู่หลายประเภท ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามขั้นตอนการผลิตและส่วนประกอบของโลหะ <strong style="color:blue;">ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลักๆ ดังนี้</strong></p>



<h2 class="has-luminous-vivid-orange-color has-text-color wp-block-heading">ประเภทของสแตนเลส</h2>



<h3 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">1. สแตนเลสกลุ่มออสเตนนิติค (Austenitic)</h3>



<p>เป็นสแตนเลสชนิดแรกที่มีจุดเด่นที่ <u>ความทนทานต่อการกัดกร่อน สามารถขึ้นรูปได้ดี สามารถนำมาใช้กับงานที่ต้องการความสะอาด และมีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด</u> ตัวอย่างของอุปกรณ์ที่ใช้สแตนเลสชนิดนี้คือ อุปกรณ์ครัว เครื่องใช้ </p>



<p>สำหรับสแตนเลสประเภทนี้จะมีส่วนผสมของโครเมี่ยมประมาณ 16% คาร์บอนไม่เกิน 0.15% และนิกเกิลประมาณอีก 8% ตัวอย่างของสแตนเลสชนิดนี้คือ SS200, SS304 โดยที่เกรด SS304 มักจะเป็นเกรดที่นิยมใช้งานมากที่สุด</p>



<h3 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">2. สแตนเลสกลุ่มเฟอร์ริติค (Ferritic)</h3>



<p>สแตนเลสกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่พบเห็นการใช้งานได้มากรองลงมา <u>สามารถทนความร้อนได้สูง ทนต่อการกัดกร่อน แม่เหล็กดูดติดได้</u> มักนำมาผลิตเป็นเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น เฟอร์นิเจอร์ ถังน้ำ เครื่องครัว </p>



<p>สำหรับสแตนเลสกลุ่มนี้จะมีส่วนประกอบเป็นโครเมี่ยมประมาณ 10.5 &#8211; 27% มีคาร์บอนเล็กน้อย และนิกเกิลเล็กน้อยหรือไม่มีเลย</p>



<h3 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">3. สแตนเลสกลุ่มมาร์เทนซิติค (Martensitic)</h3>



<p>เป็นสแตนเลสกลุ่มที่มีจุดเด่นที่<u>ความทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน ทนต่อการกัดกร่อนได้ปานกลาง แม่เหล็กสามารถดูดติดได้</u> <strong style="color:red;">แต่ก็มีข้อจำกัดในการเชื่อม</strong></p>



<p>สำหรับแสตนเลสกลุ่มนี้จะมีส่วนประกอบเป็นโครเมี่ยมประมาณ 12 &#8211; 14% คาร์บอนผสมอยู่ปานกลาง และลิบดินัม 0.2 &#8211; 1% และไม่ได้ผสมนิกเกิล</p>



<h3 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">4. สแตนเลสกลุ่มดูเพล็กซ์ (Duplex Stainless Steel)</h3>



<p>เป็นสแตนเลสกลุ่มที่มีจุดเด่นที่ <u>ความทนทานต่อการกัดกร่อนและการแตกร้าวได้ดีมาก ใช้งานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีกรดหรือด่าง</u> เช่น บรรยากาศแวดล้อมที่มีคลอไรด์ ใช้งานได้ดีกับงานเชื่อมและขึ้นรูป</p>



<p>สำหรับสแตนเลสกลุ่มนี้จะมีส่วนผสมเป็น โครเมี่ยมประมาณ 19 &#8211; 28% โมลิบดินั่มมากกว่า 5% และนิกเกิล</p>



<h3 class="has-vivid-cyan-blue-color has-text-color wp-block-heading">5. สแตนเลสที่เพิ่มความแข็งด้วยการตกผลึก</h3>



<p>เป็นสแตนเลสกลุ่มที่มีจุดเด่นด้าน <u>ความแข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อน สามารถขึ้นรูปและชุบแข็งได้ง่าย </u> จึงถูกมักมาสร้างเป็นแกนของสิ่งต่างๆ อาทิเช่น ปั้ม หัววาล์ว </p>



<p>สำหรับสแตนเลสกลุ่มนี้จะมีส่วนผสมเป็นโครเมี่ยมประมาณ 17% นิกเกิล 4% และใส่ไนโอเบียมกับทองแดงเล็กน้อย</p>



<p>สินค้า <a href="https://www.cablegland-center.com/stainless-steel-cable-gland/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เคเบิ้ลแกลนแสตนเลส </a>ของเราก็ได้รับการผลิตขึ้นจากสแตนเลส 304 เช่นกัน ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ทนทานไม่เป็นสนิม</p>



<p>ที่มา : </p>



<p><a href="https://www.unifiedalloys.com/blog/what-is-stainless-steel/" rel="noreferrer noopener nofollow" target="_blank">https://www.unifiedalloys.com/blog/what-is-stainless-steel/</a><br><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A1" rel="noreferrer noopener nofollow" target="_blank">https://th.wikipedia.org/</a></p>



<p></p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://www.cablegland-center.com/stainless-steel/">รู้จักกับโลหะที่ไม่เป็นสนิม สแตนเลสสตีล</a> appeared first on <a href="https://www.cablegland-center.com">Cablegland Center</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
